【节日导读】守夏节又称入夏节、雨安居等,时间是从泰国阴历八月十六日至十一月十五日,为期三个月,这三个月也称为安居期。
相传守夏节源自古印度僧侣雨期禁足安居的习俗,认为在泰国阴历八月十六日至十一月十五日的这三个月内,僧人外出容易踩死稻谷、小草、小虫,因此应该在寺内修学,接受供养。
守夏节当天,泰国放假一天。全国各地的僧侣要清扫寺院和僧舍,举行守夏安居仪式,礼佛诵经,并起誓在寺内安心修持三个月。人们到佛寺斋僧行善、听经受戒,并准备了蜡烛、糖、牙刷、牙膏、肥皂、浴巾等,供僧人在守夏节期间使用。
在守夏节期内,佛教徒和僧侣通过持守戒律来净化自身。僧人静心学习佛法,持守戒律。一些在家的居士坚持在守夏节内的每个佛日都去寺庙里听僧侣说法,做早晚功课并持守佛教戒律。进入安居期,是社会净化活动的开始,很多平日爱饮酒的男子在这三个月内戒酒,这也是获得功德的行为。
安居期作为一个特殊的时段,有助于提醒人们注意自己的日常行为。
วันเข้าพรรษา
ความเป็นมาของวันเข้าพรรษา
วันเข้าพรรษา (วันแรม ๑
่า เดือน ๘) หรือเทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม ๑
่า เดือน ๘ถึง วันขึ้น๑๕
่า เดือน ๑๑) ถือว่าเป็นวัน
าคัญทางศาสนาพุทธที่
าคัญวันหนึ่งของประเทศไทย โดยมี
าหนดระยะเวลา ๓เดือนในช่วงฤดูฝน ซึ่งวันเข้าพรรษาเป็นวัน
าคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา(วันขึ้น ๑๕
่า เดือน ๘) พุทธศาสนิกชนชาวไทย รวมถึงพระมหากษัตริย์และบุคคลทั่วไปได้สืบทอดประเพณีการปฏิบัติและการ
าบุญในวันเข้าพรรษามาช้านานตั้งแต่สมัยสุโขทัย
สาเหตุที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอนุญาตให้
าพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอดระยะเวลา ๓เดือน แก่พระสงฆ์นั้น ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักจากการจาริกเผยแพร่ศาสนายังสถานที่ต่าง ๆ ที่จะเป็นไปด้วยความยาก
าบากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลา
าพรรษตลอด ๓เดือนนั้น เป็นช่วงเวลาและโอกาส
าคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่
าพรรษารวมกันภายในอาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วยเอง อีกทั้งในวันเข้าพรรษาและช่วงฤดูพรรษากาลตลอด ๓เดือนนั้น พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้
าเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัด
าบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนาและนับเป็นโอกาสพิเศษที่มากกว่าวัน
าคัญอื่น ๆ โดยในวันเริ่มต้นพรรษานี้ จะมีการถวายหลอดไฟ หรือเทียนเข้าพรรษาและผ้าอาบ
าฝน (ผ้าวัสสิกสาฏก) แก่พระสงฆ์ เพื่อไว้
าหรับให้พระสงฆ์ได้ใช้ตลอดการอยู่
าพรรษา ซึ่งในอดีตชายไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนและมีอายุครบบวช (๒๐ปี) จะนิยมถือบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์เพื่ออยู่
าพรรษาตลอดทั้ง ๓เดือน โดยพุทธศาสนิกชนชาวไทยจะเรียกการบรรพชาอุปสมบท เพื่อ
าพรรษาตลอดพรรษากาลว่า “บวชเอาพรรษา”
นอกจากนีเ้ม่ือปี พ.ศ.๒๕๕๑รฐับาลไดป้ระกาศใหว้นัเขา้พรรษา เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งในปี ถัดมายังได้ประกาศให้วันเขา้พรรษาเป็นวันท่ีหา้มขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลท์่ัวราชอาณาจักร ทงั้นี ้เพื่อเป็นการรณรงคใ์หช้าวไทยตงั้สจัจะอธิษฐานงดการด่ืมสรุาใน วนัเขา้พรรษาและในช่วง ๓เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา หวังเพ่ือเป็นการสง่เสรมิคา่นิยมท่ีดีใหแ้ก่สงัคมไทย
วนัเขา้พรรษา เป็นวนัท่ีพระสงฆเ์ริ่มอย่
าพรรษาตลอด ๓ เดือน ในฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม ๑
าเดือน ๘จนถึงกลางเดือน ๑๑โดยวันเขา้พรรษาท่ีพระพุทธเจา้ทรงอนญุาตไวม้ีอย่ ู๒วนัคือ
๑.ปรุิมพรรษา คือ วนัเขา้พรรษาตน้ ตรงกบัวนัแรม ๑
า เดือน ๘ของทุกปีหรือราวเดือนกรกฎาคม และออกพรรษาในวันขึน้ ๑๕
า เดือน ๑๑ราวเดือนตลุาคม
๒.ปัจฉิมพรรษา คือ วนัเขา้พรรษาหลงั
าหรบัปีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘สองหนตรงกับวันแรม ๑
า เดือน ๘หลัง หรือราวเดือนกรกฎาคม และจะออกพรรษาในวันขึน้ ๑๕
า เดือน ๑๑ราวเดือนตลุาคม
เม่ือเขา้พรรษาแลว้หากภิกษุมีกิจธุระ
าเป็น อนัชอบดว้ยพระวินยั พระพทุธเจา้ก็ทรงอนุญาตใหไ้ปได ้โดยมีขอ้
ากัดว่าจะตอ้งกลับมายงัสถานที่
าพรรษาเดิมภายใน ๗วัน ท่ีเรียกว่า สัตตาหกรณียะ ดงัตอ่ไปนี ้
๑.เมื่อทายกทายิกา ปราถนาจะ
าเพ็ญกุศล เมื่อมานิมนต์ก็ให้ไปเพื่อรักษาศรัทธาได้
๒.ถ้าสงฆ์ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเกิดอธิกรณ์ขึ้น ก็ให้ไปเพื่อระงับอธิกรณ์ได้
๓.ถ้าบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เป็นไข้ เมื่อทราบก็ให้ไปได้
๔.พระวิหารในที่แห่งอื่นเกิด
ารุดเสียหาย ให้ไปหาสิ่งของเพื่อมาปฏิสังขรพระวิหารนั้นได้
๕.เมื่อถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น พระวิหารถูกไฟไหม้ หรือถูก
าท่วม ก็ให้ไปจากที่นั้นได้
๖.เมื่อชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป ก็ให้ไปกับพวกชาวบ้านได้โดยให้ไปกับชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธา สามารถที่จะให้ความอุปถัมภ์ได้
๗.เมื่อที่ใดเกิดความขาดแคลน อาหารหรือยารักษาโรค ขาดผู้
อุปถัมภ์
ารุง ได้รับความ
าบากก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
๘.ถ้าหากมีผู้เอาทรัพย์มาล่อ ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้(https://www.xing528.com)
๙.หากภิกษุสงฆ์หรือภิกษุณีสงฆ์แตกกันหรือมีผู้พยายามจะให้แตกกัน ถ้าการไปจากที่นั้นสามารถระงับการแตกกันได้ ก็อนุญาตให้ไปได้
ความ
าคัญของวันเข้าพรรษา
วันเข้าพรรษานีม้ีความ
าคัญต่อพุทธศาสนิกชนและเป็นวัน
าคญัของพระพุทธศาสนาดว้ยเหตผุล ดงันี ้
๑.พระภิกษุจะหยุดจาริกไปยังสถานท่ีอ่ืน ๆ แต่จะเข้าพักอยู่ประ
าในวดัแห่งเดียวตามพทุธบญัญตัิ
๒.การท่ีพระภิกษุอย่ปูระ
าที่นาน ๆ ย่อมมีโอกาสไดส้งเคราะห์กลุบตุรที่ประสงคจ์ะอุปสมบท เพื่อศกึษาพระธรรมวินยัและสงเคราะห์พทุธบรษิัทท่วัไป
๓.เป็นเทศกาลที่พระพุทธศาสนิกชนงดเวน้อบายมุขและความช่วัตา่ง ๆ เช่น การดื่มสรุาส่ิงเสพติด และการเท่ียวเตรเ่ฮฮา เป็นตน้
๔.นอกจากเป็นเทศกาลที่พทุธศาสนิกชนงดเวน้อบายมุขและ ความช่วัตา่ง ๆ แลว้ในชว่งเวลาพรรษา พทุธศาสนิกชนท่วัไปจะ
าเพ็ญทาน รกัษาศีลฟังธรรม และเจริญภาวนามากขึน้
พิธีทางศาสนา การ
าเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเขา้พรรษานีย้งัมีประเพณี
าคญัอย่ ู๒ ประเพณี ควร
ามากลา่วไว ้ณ ที่น่ี ดงันี ้
๑.ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีนีค้งเกิดขึน้จากความ
าเป็นท่ีว่าสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้กัน ดงัปัจจุบนั เม่ือพระสง
จ์าพรรษารวมกันมาก ๆ ก็
าตอ้งปฏิบตัิกิจวตัร เชน่ การ
าวตัรสวดมนต์เชา้มืด และตอนพลบ
า การศึกษาพระปริยัติธรรมกิจกรรมเหล่านี้ลว้นต้องการแสงสว่างโดยเฉพาะ แสงสว่างจากเทียนท่ีพระสงฆ์จุดบชูาพระรตันตรยั และเพ่ือตอ้งการใชแ้สงสว่าง โดยตรงดว้ยเหตนุี ้พทุธศาสนิกชนจงึนิยม หลอ่เทียนตน้ใหญ่ กะว่าจะจดุไดต้ลอดเวลา
๒.ไปถวายพระภิกษุในวัดใกล้ ๆ บ้านเป็นพุทธบูชาเทียนดังกล่าวเรียกว่า เทียน
า
าพรรษา ก่อนจะ
าเทียนไปถวายนี้ชาวบา้นมกัจดัเป็นขบวนแห่แหนกนัไปอย่างเอิกเกริกสนุกสนานยกว่าประเพณีแหเ่ทียน
า
าพรรษาดงัขอสรุปเนือ้หาจากหนงัสือนางนพ หนงัสือนางนพมาศ ดงันี ้
เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔
่า ทั้งทหารบกและทหารเรือก็จัดขบวนแห่เทียน
า
าพรรษา ทั้งใส่คานหาบไป และลงเรือประดิษฐานอยู่ในภาพที่ ๒ขบวนแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานีบุษบกทอง
าประดับธงทิว ตีกลอง เป่าแตรสังข์ แห่ไป ครั้นถึงพระอารามแล้วก็ยกต้นเทียนนั้นเข้าไปถวายในพระอุโบสถหอพระธรรม และพระวิหารจุดตามให้สว่างไสวในที่นั้น ๆ ตลอด ๓ เดือน ดังนี้ทุกพระอาราม ในวัดราษฎร์ทั้งหลาย ก็มีพิธี
านองนี้ทั่วพระราชอาณาจักร ปัจจุบันประเพณีแห่
เทียน
า
าพรรษานี้ยังถือปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปบางจังหวัด เช่น เทียน
า
าพรรษานี้ยังถือปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปบางจังหวัด เช่นอุบลราชธานี ถือให้เป็นประเพณีเด่นประ
าจังหวัดตนได้จัดประดับ ตกแต่งต้นเทียนใหญ่ ๆ มีการประกวด
๓.ประเพณีถวายผ้าอาบ
าฝน การถวายผ้าอาบ
าฝนนี้เกิดขึ้นแต่สมัยพุทธกาล คือ มหาอุบาสิกา ชื่อว่า วิสาขาได้ทูลของพระบรมพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ ได้มีผ้าอาบ
า
าหรับผลัดเปลี่ยนเวลาสรง
าฝนระหว่างฤดูฝน นางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบ
าฝนแด่พระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยราชธานี จึงนิยม
าผ้าอาบ
าฝนไปถวายผ้าอาบ
าฝนถวายพระสงฆ์ผู้จะอยู่พรรษา พร้อมกับอาหารและเครื่องใช้ที่
าเป็นต่าง ๆ แม้ในปัจจุบัน พุทธศาสนิกชนไทย ก็คงยังปฏิบัติกิจกรรม อย่างนี้อยู่บางวัดมีการแจกฎีกานัดเวลา ประกอบพิธีถวายผ้าอาบ
าฝน (วัสสิกสาฎก) หรือผ้า
า
าพรรษาและเครื่องใช้อื่น ๆ ณ ศาลา
าเพ็ญกุศลของวัดใกล้บ้าน
เอกสารอ้างอิง
สุพิชชา นักฆ้อง.(๒๕๖๐).ตักบาตรดอกไม้.สืบค้น ๒๐มิถุนายน ๒๕๖๓, จาก
https://www.sac.or.th/databases/rituals/detail.php?id=45
词汇
พทุธศาสนิกชน佛教徒 ตงั้สจัจะ起誓、发誓
อาวาส寺庙
ารุดเสียหาย丢失、遗失
าเพ็ญกศุล进行慈善活动 ผอู้ปุถมั
บ์ารุง支持者、保护者
บรรพชาอปุสมบท戒令
รณรงค์运动 แตกกนั分裂
免责声明:以上内容源自网络,版权归原作者所有,如有侵犯您的原创版权请告知,我们将尽快删除相关内容。
