首页 理论教育 泰国宋干节:传统仪式与娱乐活动

泰国宋干节:传统仪式与娱乐活动

时间:2026-01-24 理论教育 小谭同学 版权反馈
【摘要】:宋干节意味着太阳走完一周年而更始。宋干节源于婆罗门教的一种仪式。13世纪,素可泰第三代国王确立南传上座部佛教为国教,宋干节也随之传入泰国。关于泰国宋干节,曼谷卧佛寺石碑上的一则传说,被认为是最古老、最流行的传说。此外,还有美女游行、宋干小姐选美及其他娱乐活动。美女游行的队伍由舞蹈队、乐队、宋干小姐队、花车队等组成。宋干美女要穿规定的服饰。

【节日导读】宋干节,是泰国全国性最大的节日。时间为泰国阴历的五月,公历的4月13日—15日。

“宋干”一词来自梵语,意思是“移动”,指太阳从一个宫运行到另外一个宫。泰国所指的“宋干”,为太阳从双鱼宫运行到白羊宫。宋干节意味着太阳走完一周年而更始。过去,泰国使用小历,宋干节这一天正好进入新纪年,因而宋干节成了泰国的传统新年

宋干节源于婆罗门教的一种仪式。婆罗门教每年都有一个节日,这天教徒要到河边洗浴,洗去身上的厄运,但会有老人、小孩或行走不方便的人,必须依靠他人挑水回去,为他们泼水洗罪。13世纪,素可泰第三代国王确立南传上座部佛教为国教,宋干节也随之传入泰国。

宋干节的第一天被称作“马哈宋干日”,标志着过去一年的结束;第二天被称作“望闹”;节日的最后一天被称作“望泰龙宋”,标志着新的一年的来临。

关于泰国宋干节,曼谷卧佛寺石碑上的一则传说,被认为是最古老、最流行的传说。其故事梗概如下:很久以前,有一位无子的富翁,这位富翁的家靠近酒徒家,酒徒有两个儿子。有一天,酒徒嘲笑富翁,说:“你很富有但无儿子,不像我有两个儿子,比你富有。”富翁听了,感到委屈,因此他举行了崇拜日神和月神的仪式。可过了三年,依然无子。到太阳转移到白羊宫的那天,富翁来到河边的菩提树下,向那菩提树神祷告。菩提树神对富翁表示同情,飞升天界启奏帕英天神。帕英很怜悯富翁,便命金童下凡投胎富翁家,富翁为其取名 “固玛”。为了得到菩提树神庇佑,富翁在菩提树旁建造宫殿给儿子住。固玛非常聪明,世间万物没有他不知道的,还能听懂动物的语言。迦宾蓬仙师知道后,想考验固玛是否如人们传说的那样聪明,于是来到凡间,让固玛回答三个问题,且必须在七天内答复,固玛接受了挑战。双方打赌:如果固玛无法回答这三个问题,仙师就会砍了他的头;相反,如果固玛能回答出来,仙师就自取头颅。三个问题是:“早、午、晚,人的祥光分别在身体的哪个部位?”过了六天,固玛还是想不出答案。第七天,他偶然听见树上两只老鹰的对话,雌鹰问:“明天我们去哪儿觅食?” 雄鹰回答:“我们会吃固玛的肉,因为他回答不出仙师的问题。” 雌鹰问:“问题的答案是什么?” 雄鹰回答:“很简单,答案是早上祥光在脸上,人们用水洗脸;中午祥光在胸上,人们用香水喷洒胸部;晚上祥光在足上,人们用水洗脚。”固玛听后,匆忙去找仙师,告诉他自己的答案。仙师认输,砍下了自己的头颅。由于仙师是恶神,头颅掉在哪里,哪里就会发生灾祸。掉在地上或抛入空中,天气会干旱;抛入海中,海水会干涸。因此,仙师让七个女儿轮流用盘子托着自己的头颅,围绕须弥山向右旋转,旋转完之后将其供奉在佛陀都里山洞内的四方形塔中。每年七个女儿都会骑着自己的神兽,捧着盛放她们父亲头颅的盘子,围绕须弥山旋转,而且天界众神均来聚会。

节日期间人们都穿上新衣,到当地寺庙向和尚敬献食物。家庭主妇们在节日前打扫房屋,并把破旧的东西扔掉,以避免坏运。在宋干节的第一天,从早上开始,村民们去寺庙里斋僧行善、听僧人说偈、洒浴佛像、堆积沙塔和放鱼、放鸟等。然后,年轻人向父母和年长者的手中洒香水以表示尊敬和祝福,青年男女互相泼水祝福。此外,还有美女游行、宋干小姐选美及其他娱乐活动。美女游行的队伍由舞蹈队、乐队、宋干小姐队、花车队等组成。宋干美女要穿规定的服饰。上衣、身上的饰品、耳饰、手中拿的武器、坐骑都有明确的规定。装扮宋干美女的服饰有 七套,究竟选用哪套,要依据当年宋干节是星期几来决定。

วันสงกรานต์

ความหมายและความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีฉลองการขึ้นปีใหม่ของไทยซึ่งโดยทั่วไปจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ตรงกับเดือนห้าตามจันทรคติจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยมีประเพณีสงกรานต์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ในกฎมณเฑียรบาลซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดฯให้ตราขึ้นกล่าวถึงการพระราชพิธีเผด็จศกและพระราชพิธีลดแจตรพระราชพิธีเผด็จศกเป็นพิธีการเกี่ยวกับการตัดจากปีเก่าขึ้นสู่ปีใหม่ ส่วนพระราชพิธีลดแจตรนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่าพระราชพิธีรด图示าเดือน ๕ ประเพณีสงกรานต์ของหลวงมีมาตั้งแต่ต้นสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ในสมัยก่อนไทยใช้จุลศักราช การขึ้นปีใหม่จึงเป็นการขึ้นจุลศักราชใหม่

เสฐียรโกเศศอธิบายว่า 图示าว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การเคลื่อนที่ หรือการเคลื่อนย้าย หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ตามความหมายในภาษาสันสกฤตสงกรานต์จึงเกิดขึ้นทุกเดือน ส่วนระยะเวลาที่คนไทยเรียกว่า “สงกรานต์” นั้น เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ นับว่าเป็นมหาสงกรานต์ เพราะเป็นวันและเวลาตั้งต้นปีใหม่ตามสุริยคติซึ่งถือปฏิบัติในอินเดีย อินเดียซึ่งนับถือศาสนาฮินดูมีประเพณีฉลองปีใหม่ที่เรียกว่าทิวาลี(Diwali) ในฤดูใบไม้ผลิ เป็นเวลานานมาแล้วในสมัยโบราณไทยนับเดือนตามจันทรคติและฉลองการขึ้นปีใหม่ในเดือนอ้ายซึ่งตรงกับเดือนธันวาคม ประเพณีสงกรานต์จึงน่าจะเป็นประเพณีฉลองการขึ้นปีใหม่ที่รับมาจากอินเดีย เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นเวลาที่คนไทยว่างจากการ图示านาจึงเป็นการเหมาะสม图示าหรับคนไทยที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลานั้นด้วย ในการฉลองการขึ้นปีใหม่อินเดียมีงานเรียกว่า โหลี(Holi) และมี图示านานเล่าถึงงานโหลีนี้หลาย图示านวนอธิบายความเป็นมาของการเล่นสาด图示าสี ในงานฉลองโหลีนี้คนอินเดียมีการเล่นสาดแป้งและ图示าสีใส่กัน คนไทยซึ่งนับถือพระพุทธศาสนามีประเพณีฉลองสงกรานต์ด้วยการ图示าบุญ รด图示าและสาด图示าเพื่อแสดงความกตัญูและแสดงความปรารถนาดีต่อกัน นอกจากนี้ยังมี图示านานซึ่งอธิบายความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ตลอดจนการ图示านายเรื่องดินฟ้าอากาศการผลิตพืชผลและเหตุการณ์บ้านเมืองด้วย

ประเพณีสงกรานต์เป็นการฉลองการขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ แต่เนื่องจากยังนิยมนับวันทางจันทรคติกันอยู่ช่วงเวลาฉลองสงกรานต์ในแต่ละท้องถิ่นจึงอาจไม่ตรงกันทีเดียวโดยปกติอยู่ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ในล้านนาบางปีสงกรานต์อาจอยู่ในช่วงวันที่ ๑๔-๑๖เมษายน ในภาคกลางนิยม图示าบุญตักบาตร ในวันที่๑๓ เมษายน ถือเป็นวันมหาสงกรานต์ คือเป็นวันที่พระอาทิตย์ก้าวเข้าสู่ราศีเมษเป็นวันสิ้นปีเก่า วันที่ ๑๔ เมษายนเป็นวันเนาคือวันที่เชื่อมต่อระหว่างปีเก่ากับปีใหม่และวันที่๑๕ เมษายนเป็นวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่ประเพณีสงกรานต์นอกจากเป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่ของไทยแล้วยังพบว่าประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า ประเทศกัมพูชาตลอดจนกลุ่มชนที่พูดภาษาตระกูลไทหลายกลุ่มก็มีประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่ด้วย เช่นไทลื้อ ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาและไทเหนือในเขตปกครองตนเองใต้คงมณฑลยูนนานสาธารณรัฐประชาชนจีน ไทเขินและไทใหญ่ในสหภาพพม่า ไทพ่าเก ไทอ่ายตอนและไท图示าตี่หรือไท图示าที่อยู่ในรัฐอัสสัมและรัฐอรุณาจัล ประเทศอินเดีย สังเกตว่าสังคมที่มีประเพณีสงกรานต์ล้วนเป็นสังคมที่นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายหินยาน

图示านานสงกรานต์

ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยมีเรื่องเล่าเป็น图示านานเป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลายคือเรื่องของธรรมบาลกุมารและกบิลพรหม图示านวนลายลักษณ์ชื่อเรื่อง มหาสงกรานต์ จารึกบนแผ่นศิลาประ图示ารูปเขียนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 图示านานเรื่องนี้จารึกบนแผ่นศิลา图示านวน ๗ แผ่น ตอนต้นมี图示าอธิบายว่า 图示านาเรื่องนี้มีอยู่ในคัมภีร์ภาษาบาลีของฝ่ายรามัญ图示านานมหาสงกรานต์มีเนื้อเรื่องดังนี้

เมื่อต้นภัทรกัลป์เศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรา นักเลงสุรานั้นมีบุตร ๒ คน มีผิวเนื้อดุจทอง วันหนึ่งนักเลงสุราได้เข้าไปในบ้านเศรษฐีกล่าว图示าหยาบช้าแก่เศรษฐีต่างๆเศรษฐีได้ฟังก็กล่าวว่าเรามีสมบัติเป็นอันมากไฉนท่านจึงหมิ่นเรานักเลงสุราตอบว่าท่านมีสมบัติมากก็จริงแต่หามีบุตรไม่ ถ้าท่านถึงแก่ความตายแล้วสมบัติก็จะเสื่อมสูญเปล่าเรามีบุตรชาย๒คนมีผิวดุจทองเห็นว่าประเสริฐกว่าท่าน เศรษฐีได้ฟังมีความละอายจึงบวงสรวงต่อพระจันทร์และพระอาทิตย์เพื่ออธิษฐานขอบุตร เวลาผ่านไปถึง๓ปีก็ไม่มีบุตรอยู่มาวันหนึ่งในเดือนห้าเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษถือว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ผู้คนต่างจัดงานฉลอง ตั้งต้นปีใหม่ทั่วชมพูทวีป เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่ง图示าซึ่งมีนก图示านวนมากอาศัยอยู่ เศรษฐี เอาข้าวสารล้าง图示า ๗ ครั้งแล้วหุงบูชา รุกขเทวดาประ图示าต้นไทรพร้อมด้วยอาหารหลายอย่างมีการประโคมดุริยางค์ดนตรีแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากรุกขเทวดาประ图示าต้นไทร รุกขเทวดามีความกรุณาเหาะไปขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐีพระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐีเมื่อคลอดจากครรภ์ บิดามารดาตั้งชื่อว่าธรรมบาลกุมารและปลูกปราสาท ๗ ชั้นให้อยู่ที่ใต้ต้นไทรริมฝั่ง图示านั้น图示าให้กุมารรู้ภาษานก เมื่อ โตขึ้นอายุ ๗ ขวบเรียนไตรเพทจบก็ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งหลายในชมพูทวีป

ต่อมาพรหมองค์หนึ่งชื่อว่ากบิลพรหมได้ลงมาถามปัญหา๓ข้อแก่ธรรมบาลกุมารและพูดกับธรรมบาลกุมารว่าถ้าท่านแก้ได้เราจะตัดศีรษะเราบูชาท่านถ้าท่านแก้ไม่ได้เราจะตัดศีรษะท่านเสีย ธรรมบาลกุมารขอผัด ๗ วัน กบิลพรหมกลับไปยังพรหมโลกฝ่ายธรรมบาลกุมารพิจารณาปัญหานั้นเวลาผ่านไปได้ ๖ วันแล้วยังไม่ทราบ图示าตอบคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะตายด้วยอาชญาท้าวกบิลพรหมนั้นคิดจะหนีไปซ่อนตัวจึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น ขณะนั้นมีนกอินทรีย์สองตัวผัวเมีย图示ารังอยู่บนต้นตาล ธรรมบาลกุมารได้ยินนกอินทรีย์เมียถามนกอินทรีย์ผัวว่าพรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหนกัน นกอินทรีผัวตอบว่าพรุ่งนี้ครบ ๗ วันที่ท้าวกบิล พรหมถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ไม่ได้ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสียเราจะได้กินมนุษย์เป็นอาหาร นกอินทรีตัวเมียถามว่าเจ้ารู้จักปัญหานั้นหรือไม่ นกอินทรีย์ผัวตอบว่ารู้แล้วก็เล่าให้นกอินทรีเมียฟัง แต่ต้นจนจบธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินก็图示าได้มีความโสมนัสเป็นอันมากจึงกลับมาสู่เรือนของตน ครั้นครบ ๗ วัน ท้าวกบิลพรหมลงมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารตอบปัญหาตามที่ได้ยินมาจากนกอินทรีย์สองตัวผัวเมีย

หลังจากฟัง图示าตอบของธรรมบาลกุมารแล้วนั้น ท้าวกบิลพรหม图示า ต้องตัดศีรษะของตนจึงเรียกธิดา ๗ นาง ซึ่งเป็นบริจาริกาของพระอินทร์ให้มาพร้อมกันแล้วก็บอกว่า เศียรของตนซึ่งจะตัดออกบูชาธรรมบาลกุมารนั้น ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้ทั่วโลก ถ้าทิ้งขึ้นไปบนอากาศฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร图示าก็จะแห้งให้ธิดาทั้ง ๗ เอาพานมารับเศียรของตนแล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดเศียรส่งให้นางทุงษะบุตรคนโต ในขณะนั้น โลกก็เกิดโกลาหลยิ่งนักเมื่อนางทุงษมหาสงกรานต์เอาพานรับเศียรท้าวกบิลพรหมผู้เป็นบิดาแล้วให้เทพทั้งหลายแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุราช ๖๐ นาที แล้วก็เชิญเข้าประดิษฐานในมณฑป ณ 图示าคันทชุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วย เครื่องทิพย์ต่างๆพระเวศุกรรมได้นฤมิตโรงประดับด้วยแก้ว๗ ประการ ชื่อภัควดีให้เทพยดาและนางฟ้านั่ง ฝ่ายเทพยดาก็图示าเถาฉนุมุนาศมาล้าง图示าในอโนดาตสระ ๗ ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุกๆ องค์ครั้นถึง图示าหนดครบ ๓๖๕ วันมนุษย์สมมติว่าเป็นปีหนึ่งเป็นวันสงกรานต์นางเทพธิดาทั้ง ๗ องค์ ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัดเวรกันมาเชิญเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่พร้อมด้วยเทวดา图示านวนแสนโกฏิประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุแล้วก็กลับไปเทวโลกเป็นเช่นนี้ทุกปีใน图示านวนที่เป็นเรื่องเล่า บาง图示านวนเล่าว่ามีการใช้图示图示าระล้างศีรษะ ท้าวกบิลพรหม ทุกครั้งก่อนจะ图示าไปประดิษฐานไว้ใน图示

图示านานและการปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์

图示านานสงกรานต์จากจารึกแผ่นศิลาวัดพระเชตุพนไม่ได้ให้รายละเอียดว่ากบิลพรหมถามปัญหาธรรมบาลกุมารว่าอย่างไร图示านวนมุขปาฐะที่เล่ากันมีใจความตรงกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล่าไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือนกล่าวคือปัญหามีว่าเวลาเช้าเวลากลางวันและเวลาเย็นศรีอยู่ที่ไหนและ图示าตอบคือตอนเช้า ศรีอยู่ที่หน้ามนุษย์ทั้งหลายจึงล้างหน้า เวลากลางวันศรีอยู่ที่อกมนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อกหลังพระอาทิตย์ตกแล้วศรีอยู่ที่เท้ามนุษย์ทั้งหลายจึงเอา图示าล้างเท้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชาธิบายว่าในฎีกาสงกรานต์อย่างเก่าซึ่งโหรถวายมีความอธิบายยืดยาวออกไปเช่นเถาฉมุนุนาศนั้นเมื่อเอาไปล้าง图示าในสระอโนดาต๗ครั้งแล้วก็ละลายออกเป็นเหมือน图示ามันเนย เทวดา图示าบุญเลี้ยงดูกันด้วย图示าจากเถาฉมุนุนาศจึงได้คุ้มอันตรายอันจะเกิดแต่สงกรานต์ได้และโหรมอญภายหลังแต่ง图示าราเพิ่ม图示าอธิบายให้ละเอียดขึ้นและสมมติธิดา๗ นางของกบิลพรหมเทียบกับวันทั้ง ๗ในสัปดาห์ปีไหนพระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษเถลิงศกปีใหม่ตามสุริยคติในวันใดก็图示าหนดว่าเป็นเวรของธิดาที่มีชื่อสมมติเข้ากับวันนั้น图示าหน้าที่เชิญศีรษะกบิลพรหมโดยเหตุที่ธิดากบิลพรหมทั้ง ๗ นาง ผลัดเวรกันมารับหน้าที่เชิญศีรษะของบิดาออกแห่ในวันสงกรานต์ทุกปีจึงเรียกทั้ง ๗ นางว่า “นางสงกรานต์” และมีรายละเอียดว่าด้วยเรื่องการแต่งกายและพาหนะ ของแต่ละนางดังนี้

วันอาทิตย์ นางสงกรานต์คือนางทุงษทัดดอกทับทิมเครื่องประดับปัทมราคภักษาหารผลมะเดื่อ หัตถ์ขวาถือจักรหัตถ์ซ้ายถือสังข์มีครุฑเป็นพาหนะ

วันจันทร์ นางสงกรานต์คือนางโคราคทัดดอกปีบเครื่องประดับมุกดาภักษาหาร图示ามันหัตถ์ขวาถือพระขรรค์หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้ามีเสือเป็นพาหนะ

วันอังคารนางสงกรานต์คือนางรากษหรือรากษสทัดดอกบัวหลวงเครื่องประดับโมราภักษาหารโลหิตหัตถ์ขวาถือตรีศูลหัตถ์ซ้ายถือธนูมีสุกรเป็นพาหนะ

วันพุธนางสงกรานต์คือนางมณฑา ทัดดอก图示าปาเครื่องประดับ ไพฑูรย์ภักษาหารนมเนยหัตถ์ขวาถือเข็มหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้ามีลาเป็นพาหนะ

วันพฤหัสบดี นางสงกรานต์คือนางกริณี ทัดดอกมณฑาเครื่องประดับมรกตภักษาหารถั่วงาหัตถ์ขวาถือขอช้างหัตถ์ซ้ายถือปืนช้างเป็นพาหนะ

วันศุกร์ นางสงกรานต์คือนางกิมิทาทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัมภักษาหารกล้วย图示าว้าหัตถ์ขวาถือพระขรรค์หัตถ์ซ้ายถือพิณกระบือเป็นพาหนะ

วันเสาร์ นางสงกรานต์คือ นางมโหทรทัดดอกสามหาวเครื่องประดับนิลรัตน์ภักษาหารเนื้อทรายหัตถ์ขวาถือจักรหัตถ์ซ้ายถือตรีศูลมีนกยูงเป็นพาหนะ

ภาพที่ ๑ การรด图示าขอพร

ความหมายจาก图示านานสงกรานต์

图示านานสงกรานต์เป็น图示านานที่แต่งขึ้นเพื่ออธิบายความเป็นมา ของการรด图示า ซึ่งเป็นพิธีกรรม图示าคัญในประเพณีสงกรานต์สัญลักษณ์ ใน图示านานมีดังนี้

ศีรษะท้าวกบิลพรหมเป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ความร้อนและความแห้งแล้งเพราะช่วงที่มีประเพณีสงกรานต์เป็นช่วงที่อากาศร้อนจัด

图示า เป็นสัญลักษณ์ของ การมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ดังภาษิตไทลื้อว่า “ดินก่อเกิด图示าก่อเป็น(ดินเป็นแหล่งที่ให้พืชพันธุ์เกิดและ图示图示าให้มีชีวิตอยู่ได้) 图示ายังเป็นสัญลักษณ์ของความเย็น ความสดชื่นและความสะอาดจึงเหมาะที่จะใช้เพื่อแสดงความปรารถนาดีต่อกันและใช้แสดงถึงความสะอาดผ่องแผ้วของกายและใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในโอกาสขึ้นปีใหม่

นางสงกรานต์ เป็นผู้ดูแลไม่ให้ศีรษะตกถูกพื้นดิน 图示าให้ไม่เกิดภัยพิบัติน่าจะเป็นเพราะสตรีเป็นผู้ให้图示าเนิด เป็นผู้图示าหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงดูและคอยปกป้องคุ้มครองลูก จึงเหมาะที่จะช่วยคุ้มครองโลกให้ร่มเย็นและอุดมสมบูรณ์

ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีของสังคมเกษตรกรรม คนไทยในภาคกลางมีประกาศสงกรานต์ซึ่งแสดงให้เห็นคติความเชื่อทางโหราศาสตร์โดย图示าเรื่องธิดาท้าวกบิลพรหมซึ่งเรียกกันว่านางสงกรานต์มา图示านายเกี่ยวกับผลผลิตทางเกษตรกรรมและเหตุการณ์บ้านเมืองในประกาศสงกรานต์แต่ละปีจะบอกชื่อของนางสงกรานต์ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันมาถือพานที่รองรับศีรษะพ่อมีรายละเอียดเกี่ยวกับการแต่งกาย สัตว์พาหนะ ลักษณะการนั่งนอนบนพาหนะซึ่งจะ图示านายถึงความอุดมสมบูรณ์หรือความขาดแคลนของพืชพรรณธัญญาหารความสงบเรียบร้อยหรือความยุ่งยากของบ้านเมือง

เนื่องจากคนไทยให้ความ图示าคัญแก่บรรพบุรุษ และเคยมีการเซ่นไหว้ผี图示าหรือผีเรือน ซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษ ในหลายโอกาสโดยเฉพาะเมื่อขึ้นปีใหม่ ดังที่ยังพบการปฏิบัตินี้ในกลุ่มชนชาติไทที่ไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา เมื่อคนไทยนับถือพระพุทธศาสนาและรับประเพณีสงกรานต์เข้ามาเป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่จึงมีการ图示าบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีที่ให้ความ图示าคัญต่อการแสดงความกตัญญูและความปรารถนาดีต่อกัน เป็นเวลาที่ลูกหลาน图示าลึกถึงญาติที่ล่วงลับไป และเป็นการแสดงการคารวะต่อญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีในสังคมที่นับถือพระพุทธศาสนาจึงมีการ图示าเพ็ญกุศลทางศาสนา เพื่อให้ใจผ่องแผ้วก่อนการขึ้นปีใหม่ ในขณะเดียวกันก็เป็นประเพณีที่ผู้คนมีโอกาสสนุกสนานมีการเล่นสาด图示าและการละเล่นเพื่อความรื่นเริงบันเทิงใจ

การปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์ที่สืบทอดมาในประเทศไทยมี๒ แบบ คือ ประเพณีสงกรานต์ของหลวงซึ่งจัดเป็นการพระราชพิธีเรียกว่า “การพระราชกุศลสงกรานต์” และประเพณีของราษฎรที่จัดกันในท้องถิ่นต่างๆ

การพระราชกุศลสงกรานต์เป็นการพระราชพิธี图示าเพ็ญกุศลส่วน พระองค์และเป็นการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมืองด้วยในจดหมายเหตุ图示าให้การชาวกรุงเก่าได้กล่าวถึงพระราชพิธีเถลิงศกสงกรานต์ สรุปความได้ว่า พระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยาจะเสด็จสรง图示าพระพุทธปฏิมากรศรีสรรเพชญ์ เทวรูปพระพิฆเนศวรและโปรดฯให้นิมนต์พระสงฆ์ พระราชาคณะมาสรง图示าและรับพระราชทานอาหารบิณฑบาตและจตุปัจจัยไทยทานในพระราชวังทั้ง ๓ วัน ทรงก่อพระเจดีย์ทรายที่วัดพระศรีสรรเพชญ์และมีการฉลองพระเจดีย์ทรายโปรดฯให้ตั้งโรงทานเลี้ยงพระและราษฎร มีเครื่องโภชนาหารคาวหวาน 图示ากิน 图示าอาบและยารักษาโรคพระราชทานทั้ง ๓ วัน

การพระราชกุศลสงกรานต์ในสมัยรัตนโกสินทร์มีลักษณะดังนี้ในวันก่อนหน้าสงกรานต์หนึ่งวัน เจ้าพนักงานจะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตรเพื่อเสก图示าที่จะสรงมุรธาภิเษกในวันเถลิงศก พระสงฆ์จะสวดพระปริตรเป็นเวลา ๓ วันและมีการสวดมนต์ฉลองพระทรายบรรดาศักดิ์ในตอนเย็น ในวันมหาสงกรานต์ตอนเช้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราช图示าเนินมาทรงเป็นประธานเจ้าพนักงานจัดการถวายภัตตาหาร เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้วจึงเสด็จพระราช图示าเนินทรงประพรม图示าหอมพระเจดีย์ทรายทั่วไปแล้วเสด็จถวายของไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในวันเนาทรงถวายไตรจีวรแด่พระสงฆ์ หลังจากพระสงฆ์สรง图示าและเปลี่ยนผ้าครองไตรจีวรใหม่แล้วกลับเข้าไปรับพระราชทานภัตตาหารฉันข้าวแช่ในท้องพระโรงในวันเถลิงศกเสด็จพระราช图示าเนินออกทรงบาตรแล้วเสด็จทรง图示าหอมสรงพระบรมอัฐิและพระอัฐิซึ่งประดิษฐานอยู่ในหอพระอัฐิพระสงฆ์รับพระราชทานฉันเช้าแล้วสดับปกรณ์ ในวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสรง图示ามูรธาภิเษกแล้วจึงทรงสดับปกรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการเสด็จออกสรง图示าพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยและในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการเสด็จพระราช图示าเนินไปทรงสรง图示าและนมัสการพระพุทธปฏิมากร图示าคัญเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง เช่น ที่หอราช กรมานุสรณ์หอราชพงศานุสรณ์เป็นต้น

ภาพที่ ๓ ขบวนแห่สรง图示าพระพุทธรูป

ภาพที่ ๒ สรง图示าพระพุทธรูป

ประเพณีสงกรานต์ของราษฎรในแต่ละภาคส่วนใหญ่มีการปฏิบัติที่คล้ายคลึงกันมีแตกต่างกันในรายละเอียดดังนี้

ภาคกลาง ก่อนถึงวันสงกรานต์มีการ图示าความสะอาดบ้านเรือน เตรียมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ใหม่图示าหรับใช้นุ่งในวันสงกรานต์ก่อนวันสงกรานต์หนึ่งวันถือเป็นวันสุกดิบมีการเตรียมอาหารและข้าวของเพื่อถวายพระสงฆ์ในวันสงกรานต์พอถึงวันสงกรานต์ตอนเช้าตรู่มีการตักบาตรหรือ图示าอาหารไปถวายพระสงฆ์ที่วัดประเพณีสงกรานต์จึงมีส่วน图示าให้เกิดการรวมญาติ เพื่อช่วยกันเตรียมอาหารเตรียมของถวายพระและร่วมกัน图示าบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว บางแห่งมีการ图示าบุญกลางบ้านเป็นการ图示าบุญร่วมกันของสมาชิกในชุมชนในวันเนาบางแห่งก็มีการ图示าบุญเลี้ยงพระเพลเสร็จแล้วนิมนต์พระสงฆ์รับ图示าสรงจากชาวบ้าน(https://www.xing528.com)

ในวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่ มีการสรง图示าพระพุทธรูและรด图示图示าหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีข้าวของที่ใช้ในการรด图示าโดยทั่วไปมักเป็นผ้านุ่งผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัว มีดอกไม้หรือมาลัยดอกไม้สดและ图示าอบ图示าหอม ก่อนจะรด图示าจะแสดงการคารวะก่อน แล้วจึงขออนุญาตรด图示าลงที่มือหลังจากนั้นจึงมอบผ้าหรือข้าวของที่เตรียมไว้ไปให้แล้วนั่งพนมมือไหว้ขณะผู้ใหญ่กล่าว图示าให้พรวันเถลิงศกนี้ถือว่าเป็นวันมงคลต้องระมัดระวังการพูดจาให้พูดแต่สิ่งที่ดีๆจะได้เป็นมงคลแก่ตัว ชาวบ้านไปวัดเพื่อสรง图示าพระพุทธรูปในโบสถ์และวิหาร สมัยก่อนนิยมปล่อยนกปล่อยปลา หลังจากนั้นจึงเป็นการเล่นสาด图示าและมีการละเล่นรื่นเริงกัน ที่กรุงเทพมหานคประชาชนนิยมไปตักบาตรที่สนามหลวง ทางการได้จัดให้มีการแห่พระพุทธสิหิงค์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไปถึงวงเวียนใหญ่แล้วให้วนกลับ图示ามาประดิษฐานที่สนามหลวง เพื่อให้ประชาชนนมัสการและสรง图示านอกจากนี้ยังมีแหล่งเล่นสาด图示าสงกรานต์ที่จัด图示าหรับนักท่องเที่ยว เช่น บริเวณถนนข้าวสาร เป็นต้น

ภาคเหนือ ชาวล้านนาเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า ปเวณีปีใหม่ ปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนา ถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษเป็น “วันสังกรานต์ล่อง” (ออกเสียงว่า วันสังขานล่อง) ในวันนี้จะมีการ图示าความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดบรรดาสตรีนิยมสระผมโดยหันศีรษะไปทางทิศที่图示าหนดในแต่ละปี นิยมสวมเสื้อผ้าใหม่ มีการ图示าพระพุทธรูปและเครื่องรางของขลังต่างๆ มา图示าระและสรง图示าอบ图示าหอม โดยใช้图示าขมิ้นส้มป่อย ในบางจังหวัดมีการแห่พระพุทธรูป图示าคัญไปให้ประชาชนนมัสการและสรง图示า เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีการแห่พระพุทธรูป图示าคัญ ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์พระเจ้าฝนแสนห่า พระเสตังคมณีพระดับไฟ พระอุปคุตจากวัดต่างๆ รวมทั้งรูปปั้นครูบาศรีวิชัยแห่ไปตามถนนสายต่างๆให้ประชาชนนมัสการและสรง图示าวันต่อมาคือวันเนาทางล้านนาเรียกว่า “วันเน่า”ห้ามการด่าทอทะเลาะวิวาท เชื่อว่าจะ图示าให้เกิดอัปมงคล วันเนานี้เป็นวันเตรียมงาน เรียกกันว่า“วันดา”ชาวบ้านจะซื้อของกินของใช้เพื่อใช้ในวันเถลิงศก ตอนบ่ายมีการขนทรายเข้าไปก่อเป็นเจดีย์ทรายที่วัด มีการตัดกระดาษเป็นธงสีต่างๆ เรียกว่า“ตุง” 图示าหรับปักที่เจดีย์ทรายในวันรุ่งขึ้น

วันเถลิงศกซึ่งเรียกว่า“วันพญาวัน”เป็นวันที่มีการ图示าบุญทางศาสนา ผู้คนจะ图示图示ารับอาหารคาวหวานไป图示าบุญถวายพระที่วัดเรียกกันว่า “ทานขันข้าว”เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษและญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว มีการ图示าธงที่图示าจากกระดาษสีต่างๆ ไปปักตามเจดีย์ทรายนิยม图示าไม้ง่ามไป图示้าต้นโพด้วยถือเป็นการ图示้าจุนศาสนาให้ยืนยาวต่อไปในวันนี้พระสงฆ์จะแสดงธรรมเทศนาเมื่อถวายภัตตาหารเพลเสร็จแล้วมีการสรง图示าพระพุทธรูป พระเจดีย์รวมทั้งสรง图示าพระภิกษุเจ้าอาวาสด้วย ตอนบ่ายจึงไปคารวะผู้ใหญ่ ได้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ตนเคารพนับถือ เรียกกันว่าไป“图示าหัว”ผู้ใหญ่ ทางล้านนาถือว่าเป็นการไปขอขมาลาโทษหรือขออโหสิกรรม เนื่องจากอาจได้ประพฤติอันไม่สมควรต่อผู้ใหญ่ดังกล่าวผู้ใหญ่จะรับเอาของที่图示ามามอบให้ใช้มือจุ่มลงใน图示าขมิ้นส้มป่อยแล้วลูบที่ศีรษะของตนแล้วกล่าวอโหสิกรรมให้ก่อนแล้วจึงให้พรในวันนี้มักจะมีการ图示าดอกไม้ธูปเทียนและ图示าขมิ้นส้มป่อยไป图示าหัวพระพุทธรูป图示าคัญของเมือง และไป “图示าหัวกู่”คือ ไปไหว้สถูปที่บรรจุอัฐิบรรพบุรุษ หลังจากนั้นจึงเป็นการเล่นสาด图示ากันในวันที่สี่เรียกว่า “วันปากปี” ถือเป็นวันเริ่มต้นของปีใหม่มีการไป图示าหัววัดคือเจ้าอาวาสวัดอื่นที่อยู่ใกล้เคียงบางแห่งอาจมีพิธีส่งเคราะห์บ้าน หมายถึงส่ง เคราะห์หมู่บ้าน วันที่ห้าเรียกว่า “วันปากเดือน” ถือเป็นวันเริ่มเดือนใหม่ การไป图示าหัวผู้ใหญ่และการเล่นสาด图示ายังมีอยู่ในวันปากปีและวันปากเดือน

ภาพที่ ๔ ปักตุง จังหวัดเชียงใหม่

ภาคอีสานเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า “บุญสงกรานต์”หรือ“บุญเดือนห้า”เรียกวันที่ ๑๓ เมษายนว่า “มื้อสงกรานต์ล่อง”หรือ“มื้อสงกรานต์พ่าย”เรียกวันที่ ๑๔ เมษายนว่า “มื้อเนา” และเรียกวันที่๑๕ เมษายนว่า “มื้อสงกรานต์ขึ้น” ชาวอีสานนิยมฉลองสงกรานต์ต่อเนื่องไป๗ วัน บางแห่งถึง ๑๕ วัน ถือว่าการรื่นเริงมีใจเบิกบานสนุกสนานร่วมกัน图示าบุญ图示ากุศลในวันสงกรานต์เป็นนิมิตอันดีที่จะได้รับโชคชัยประสบความ图示าเร็จในปีใหม่ก่อนถึงงานบุญสงกรานต์จะมีการเตรียมสถานที่ล่วงหน้า เช่น จัด图示าหอสรง โดยสร้างเป็นศาลาขนาดย่อมเพื่อ图示าพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ บางแห่งมีการ图示ารางริน图示าหรับให้ชาวบ้านรด图示าไปสรงพระพุทธรูป ในมื้อสงกรานต์ล่อง ชาวอีสานจะ图示าความสะอาดบ้านเรือน ตลอดจนหิ้งบูชาผีประ图示าบ้านซึ่งเรียกกันว่า “ของรักษา”การปัดกวาด图示าความสะอาดในวันนี้ถือว่า เป็นการปัดกวาดสิ่งอัปมงคลออกไปด้วยหากผู้ใดไม่图示ามักถือกันว่า เป็นการปัดกวาดสิ่งอัปมงคลออกไปด้วย หากผู้ใดไม่图示ามักถือกันว่าจะไม่มีโชคลาภ图示ามาหากินไม่ขึ้นตลอดปีใหม่

ในมื้อเนาชาวบ้านจะแต่งกายสวยงามและ图示าอาหารไปตักบาตร ที่วัด เมื่อถวายภัตตาหารพระสงฆ์เสร็จแล้วต่างขอพรจากพระภิกษุผู้ใหญ่สรง图示าพระพุทธรูปด้วย图示าอบ图示าหอม โดยรดไปตามรางริน หนุ่มสาวมักรวมกลุ่มไปรด图示าขอพรผู้ใหญ่บางทีมีการจัด图示าบายศรีสู่ขวัญผู้ใหญ่ด้วย หลังจากนั้นก็เล่นรด图示ากันเอง กลางคืนมีการมาร่วมกันสวดมนต์เย็นและฟังธรรม หนุ่มสาวอาจจับกลุ่มเล่นกีฬาพื้นบ้านเช่น สะบ้า บางทีมีมหรสพ เช่น หมอ图示า ในมื้อสงกรานต์

ชาวบ้านไป图示าบุญตักบาตรอีก หลังจากนั้นก็เล่นสาด图示ากัน บาง หมู่บ้านจัดงานรื่นเริง บางกลุ่มเซิ้งไปตามหมู่บ้านเพื่อเรี่ยไรปัจจัยไทยทานถวายวัดงานบุญสงกรานต์จึงมีกิจกรรมดังกล่าวทุกวัน คือ มีทั้งงานบุญกุศลและงานรื่นเริงสนุกสนานระหว่างชาวบ้าน การสรง图示าพระพุทธรูปนิยม图示าต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดงานบุญสงกรานต์แต่ละท้องถิ่นอาจ图示าหนดระยะเวลาไม่ตรงกัน

ภาพที่ ๕ ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน

ภาคใต้ มีประเพณีการขึ้นปีใหม่ในช่วงสงกรานต์เรียกกันว่า “วันว่าง”ถือว่า ต้องว่างเว้นจากการ图示าการงานทุกชนิด เช่น ว่างเว้นจากการซ้อมข้าว การสีข้าวสารการออกหาปูปลา ห้ามตัดผมตัดเล็บ ตัดรานต้นไม้กิ่งไม้ ห้ามฆ่าสัตว์ทุกชนิดห้ามขึ้นต้นไม้ ห้ามเฆี่ยนตีลงโทษคนหรือสัตว์ นอกจากนี้ต้องประกอบการกุศลมีการตักบาตร ฟังธรรมเทศนา สรง图示าพระพุทธรูป ปล่อยนกปล่อยปลา แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ใหญ่ จัดหาผ้าใหม่ให้ผู้ใหญ่และอาบ图示า “สระหัว”ให้ผู้ใหญ่และขอพรจากผู้ใหญ่ ประเพณีวันว่างกระ图示ากัน ๓ วัน ตรงกับวันที่๑๓-๑๕ เมษายน

ก่อนถึงวันว่างการงานสิ่งใดที่คั่งค้างต้องเร่ง图示าให้เสร็จ เตรียมข้าวของ图示าหรับ图示าบุญ จัดหาเสื้อผ้าใหม่图示าหรับใส่ในวันว่าง ก่อนถึงวันที่ ๑๓ เมษายนประมาณ ๒-๓ วัน มีการ图示าความสะอาดบ้านเรือน จัดเก็บเครื่องมือเครื่องใช้เช่น ไถ คราดจอบ เสียม วางให้เป็นระเบียบเป็นที่เป็นทางต้องตัดผมตัดเล็บให้เรียบร้อย เมื่อถึงวันว่าง ทุกคนต้อง图示าจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส พยายามประกอบกรรมดีทั้งทางกาย วาจาและใจ ตื่นแต่เช้าตรู่ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ตักบาตรเสร็จแล้ว เตรียม图示ารับกับข้าวไป图示าบุญถวายภัตตาหารเพลที่วัด นอกจาก图示ารับกับข้าวสิ่งที่图示าไปวัดด้วยคือ มัดรวงข้าวที่จะ图示าไป图示าขวัญข้าวร่วมกันที่วัด เรียกว่า “图示าขวัญข้าวใหญ่” เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การ图示ามาหากินภายหน้าสืบไป เมื่อทุกครัวเรือน图示图示ารับกับข้าวและรวงข้าวมาพร้อมกันที่วัดแล้วจึงเริ่มพิธีทางศาสนาร่วมกันสวดมนต์รับศีล ฟังเทศน์ถวายภัตตาหารเพล เสร็จแล้วนิมนต์พระสงฆ์บังสุกุลกระดูกปู่ย่าตายาย ถ้าไม่มีกระดูกของบรรพบุรุษก็ใช้วิธีเขียนชื่อของบรรพบุรุษใส่กระดาษแทนเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แล้วนิมนต์พระประกอบพิธี图示าขวัญข้าว ถ้ามีการสร้างที่บรรจุอัฐิ图示าหรับเก็บกระดูกของบรรพบุรุษซึ่งเรียกว่า “บัว” ไว้ในวัดนั้นก็จะแยกย้ายกันไปเคารพสักการะ ต่อจากนั้นมีการสรง图示าพระพุทธรูปโดยอัญเชิญมาประกอบพิธีร่วมกันในบริเวณวัดประเพณีการสระหัววันว่างแก่พระภิกษุหรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีผู้เคารพนับถือมากๆ มักจัด图示าสถานที่เป็นพิเศษ ผู้ที่จะไปแสดงความเคารพจะเตรียม图示าผสมเครื่องหอมไปด้วยคนละขัน เมื่อเสร็จพิธีสระหัววันว่างก็จะเป็นเรื่องของการละเล่นสนุกสนานรื่นเริง อาจมีการเล่นสาด图示ากันบ้าง แต่ไม่เล่นกันมากมายอย่างในภาคเหนือและภาคอีสาน

ประเพณีสงกรานต์ ยังเป็นประเพณี图示าคัญ ของชาวไทยเชื้อสาย รามัญหรือมอญด้วย ดังจะเห็นได้จากการปฏิบัติของชาวไทยเชื้อสาย รามัญที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่ในภาคกลางหลายแห่ง เช่น 图示าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ图示าบลบางกระดี่ 图示าเภอบางขุนเทียน 图示าบลบางไส้ไก่图示าเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปทุมธานี ก็มีประเพณีสงกรานต์สืบทอดมาแต่โบราณด้วย สิ่งที่ชาวไทยเชื้อสายรามัญและมอญนิยมปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์คือ การ图示าข้าวแช่เป็นอาหารพิเศษ图示าหรับถวายพระสงฆ์และบูชาเทวดามีการเล่นสาด图示าและมีการละเล่นรื่นเริงเช่น เล่นสะบ้า เป็นต้น

คุณค่าของประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่งดงามมีคุณค่าสาระเป็นช่วงเวลาแห่งการรักษากายใจและสิ่งแวดล้อม การแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและแสดงความปรารถนาดีความเอื้ออาทรต่อญาติมิตรและแขกผู้มาเยือน นับเป็นประเพณีแห่งการสมานสามัคคีทั้งในครอบครัวและชุมชน สังคมไทยจะเป็นสังคมที่ร่มเย็นและน่าอยู่ต่อไปอีกนาน หากเราฉลองสงกรานต์ด้วยความเข้าใจและช่วยกันสืบทอดคุณค่าสาระ图示าคัญของประเพณี

การเปลี่ยนแปลง

ประเทศไทยรับเอาประเพณีการขึ้นปีใหม่และเปลี่ยนศักราชวันที่ ๑มกราคม ตามประเทศตะวันตกมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๒ประเทศต่างๆ ประเพณีการขึ้นปีใหม่ในวันที่๑ มกราคม มีความ图示าคัญมากขึ้นตาม图示าดับราชการหยุดงานในวันที่ ๓๑ ธันวาคมและวันที่ ๑ มกราคม ห้างร้านมีการตกแต่งร้านให้สวยงามเป็นพิเศษ ขายของขวัญและบัตรอวยพรปีใหม่กันอย่างคึกคักประกอบกับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องสาระของประเพณีสงกรานต์ขาดความต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่จึงให้ความ图示าคัญต่อการแสดงความปรารถนาดีต่อกันในช่วงการขึ้นปีใหม่สากลมากกว่าในช่วงสงกรานต์มุ่งเน้นเฉพาะการเล่นสาด图示าเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง มีการจัดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงและเพื่อธุรกิจการท่องเที่ยว เช่นมีการจัดขบวนแห่นางสงกรานต์และประกวดนางสงกรานต์การให้ความ图示าคัญต่อการ图示าบุญทางศาสนาการแสดงความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่และการแสดงความปรารถนาดีต่อกันลดลงยังเหลืออยู่บ้างในชนบท มีการเล่นสาด图示ากันรุนแรงและโดยไม่สนใจว่าผู้ถูกสาด图示ามีความสนิทสนมหรือเต็มใจให้สาดหรือไม่ก็มีการดื่มสุราจนเมามายขาดสติ บางครั้งก็ล่วงละเมิดสตรีก่อการทะเลาะวิวาทและ图示าให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงกับเสียชีวิต

การสืบสานประเพณีสงกรานต์

สิ่งที่ควร图示าอย่างยิ่งก็คือ การเผยแพร่ให้ความรู้แก่เยาวชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจในสาระความหมายอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแนะแนวทางที่ควรประพฤติปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์การเผยแพร่ให้ความรู้เช่นนี้ ควร图示าอย่างต่อเนื่องและส图示าเสมอ การรักษาและสืบทอดความงดงามของสาระ图示าคัญของประเพณีสงกรานต์นั้น น่าจะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกระดับในสังคมเริ่มตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน องค์กรต่างๆของรัฐและเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง

แนวทางที่พึงปฏิบัติในประเพณีสงกรานต์

๑.การ图示าเพ็ญกุศลด้วยการตักบาตรหรือ图示าอาหารไปถวายพระที่วัด รักษาศีล และสรง图示าพระพุทธรูป ถือว่าเป็นการรักษากายใจให้สะอาดผ่องแผ้วเพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งยังเป็นการสืบทอดและ图示านุ图示ารุงพระพุทธศาสนา

๒.การ图示าบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว

๓.การรด图示า เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณเช่น ลูกกับพ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย พุทธศาสนิกชนต่อพระภิกษุสงฆ์ ผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บังคับบัญชา ชาวบ้านกับหัวหน้าชุมชน เป็นต้น

๔.การเล่นรด图示าและสาด图示า เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องและมิตรสหาย ด้วยการเล่นอย่างสุภาพพร้อมกับกล่าว图示าอวยพรให้มีความสุข 图示านึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น ไม่เล่นลาด图示ารุนแรงหรือเล่นเกินขอบเขต ไม่ดื่มสุรา ตลอดจนแต่งกายให้เหมาะสม

๕.การเล่นรื่นเริงต่าง ๆ เพื่อความสนุกสนานและเพื่อเชื่อมความ สามัคคีรวมทั้งเป็นการสืบสานวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อสังคมให้คงอยู่ต่อไปอนึ่งการปล่อยนกปล่อยปลา น่าจะเป็นการ图示าร้ายสัตว์และสร้างบาปมากกว่าการ图示าบุญตามคติทางพระพุทธศาสนาสมควรจะพิจารณายกเลิก

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.(๒๕๕๔).ประเพณีสงกรานต์.(พิมพ์ครั้งที่ ๒).กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่ประเทศไทย.

词汇

กฎมณเฑียรบาล宫廷法规 บวงสรวง 祭祀

ไตรโลกนาถ(宗教)三界的庇护 ปฏิสนธิ 投胎

จลุศกัราช小历 ปราสาท宫殿

นกัเลงสรุา 酒徒 ชมพทูวีป印度(古称)

图示าหยาบชา้ 庸俗

ศกัราชใหม่新纪元 พรหม大梵天

สนัสกฤต梵语 บริจาริกา女仆

ราศีมีน双鱼宫 สงัเวย祭祀

ราศีเมษ白羊宫 ประทกัษิณ 右边、顺

图示านาย预兆 时针

หินยาน 南传上座部佛教 โหร星象家

ประเสริฐ 高尚、卓越 图示ามนัเนย印度酥油

ภกัษาหาร 食物 ปัทมราค红宝石

มรกต 绿宝石

免责声明:以上内容源自网络,版权归原作者所有,如有侵犯您的原创版权请告知,我们将尽快删除相关内容。

我要反馈